Archive

Author Archive

หลักการและขั้นตอนการออกแบบอักษรประดิษฐ

ในการออกแบบประดิษฐอักษร นอกจากจะแฝงไว้ซึ่งความต้องการให้อ่านง่ายและมีความชัดเจนในรูปแบบแล้ว ยังต้องให้ตอบสนองจุดประสงค์อันลึกซึ้งอันเกี่ยวกับลีลาทางความสวยงาม ที่อาจจะแสดงในรูปของสัญลักษณ์เพื่อสร้างความอยากรู้อยากเห็นเน้นความสำคัญ เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ตลกขบขันหรือสร้างความพิศวง
หลักการออกแบบ ความสวยงามของรูปแบบตัวอักษรและอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยพื้นฐานทางศิลปะเป็นหลักปฏิบัติ โดยที่ผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1.ความมีเอกภาพ (Unity)
2.มี ความกลมกลืน (Harmony)
3.มีสัดส่วนที่สวยงาม (Proportion)
4.มีความ สมดุล (Balance)
5.ช่วงจังหวะ (Rhythm)
6.มีจุดเด่น (Emphasis)

การออกแบบตัวอักษร (Lettering Design)
ในการออกแบบตัวอักษรที่จะใช้ในงานกราฟฟิคจะ เริ่มต้นจากการศึกษาถึงโครงสร้างของตัวอักษรซึ่งตัวอักษรแต่ละตัวจะมีแนวคิด ในการออกแบบสร้างสรรคขึ้นมาใหม่จะต้องอยู่ในพื้นฐานของโครงสร้างหลักเป็น สำคัญ เพราะการออกแบบที่ดีและสวยงามต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งมีผลต่อการอ่านด้วย


การ จัดสัดส่วนและระยะของช่องไฟจะเห็นได้ว่าตัวอักษรข้อความที่ถูกออกแบบจัด วางอย่างพอเหมาะพองาม อ่านง่าย ดูสบายตา จะทำให้ชวนดูชวนอ่าน

ตัวอักษรในการออกแบบกราฟฟิค

ในการออกแบบกรา ฟฟิคนั้นการใช้ตัวอักษรเพื่อสื่อความหมายในงานนั้นก็มีลักษณะเด่นๆอยู่ 2 ลักษณะที่ชัดเจนการแบ่งประเภทของตัวอักษรอาจแบ่งได้ตามลักษณะเฉพาะของการออก แบบตัวอักษรได้เป็น 2 ลักษณะด้วยกันดังนี้
1.แบบราชการ มีลักษณะเด่นคือ มีรูปแบบเรียบง่าย เป็นระเบียบมีลักษณะเส้นเป็นแบบเส้นตรงเป็นส่วนใหญ่ สามารถนำไปใช้เป็นแบบหัวเรื่อง ชื่อสถานที่ หรือใช้เป็นข้อความบรรยายได้
2.แบบอิสระ ตัวอักษรนี้มีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามลักษณะงานที่นำไปใช้ ส่วนมากจะใช้ในงานออกแบบสื่อโฆษณา สิ่งพิมพ์ หัวเรื่อง ปกวารสาร นิตยสารตลอดจนงานเกี่ยวกับความบันเทิง รูปแบบตัวอักษรมีลีลาของเส้นเป็นแบบอิสระไม่แน่นอน

หลังจากที่เราเรียนรู้ถึงลักษณะเด่นๆของตัวอักษรแล้วเราก็จะมาเรียนรู้ถึง หลักการและขั้นตอนการออกแบบตัวอักษร ในบทความต่อไป

หลักการใช้เส้นในการออกแบบตัวอักษรเพื่อใช้ในงานกราฟฟิคดีไชน์

หลักการใช้เส้นในการออกแบบตัวอักษรเพื่อใช้ในงานกราฟฟิคดีไชน์
หลังจาก เราได้เรียนรู้การใช้ตัวอักษร (Font) ในการออกแบบกราฟฟิคว่าควรจะใช้ฟอนต์ลักษณะไหนจัดว่างอย่างไร
ฟอนต์ (Font) หรือ ตัวอักษรเกิดจากการนำเส้นมาประกอบกันเพื่อให้เกิดรูปร่าง เพื่อการออกแบบจะเน้นทำให้เกิดผลทางความรู้สึกในการมองเห็น ความชัดเจนในการอ่านและความน่าสนใจในรูปร่างละรูปแบบของตัวอักษร
การ เลือกใช้เส้นที่มีลักษณะต่างๆกัน มาทำการออกแบบจึงควรพิจารณาอย่างเหมาะสม บางครั้งอารมณ์ของเส้นอาจเป็นความตั้งใจในการเขียนหรือออกแบบ อารมณ์และความรู้สึของเส้นนั้นย่อมจะแตกต่างกันไปตามที่เคยศึกษามาจากหลัก การใช้เส้นในการออกแบบและความหมายของเส้น ดังตัวอย่าง

เส้นที่นำมาเขียน เป็นตัวอักษรหรือฟอนต์ นอกจากจะทำให้เกิดรูปร่างลักษณะต่างๆแล้ว ยังทำให้เป็นรูปแบบ ตัวอักษรอีกด้วยดังนี้
1.ตัวเส้นเรียบ เป็นตัวอักษรที่มีเส้นขนาดเท่ากับหลอด และมีขอบเส้นตัวอักษรตรงเรียบ
2.ตัว เส้นวาดเขียน เป็นแบบตัวอักษรที่มีขนาดเส้นหนาบางต่างกัน ซึ่งมีลีลาค่อนข้างอิสระ อันเกิดจากการเขียนด้วยปากกาหรือพู่กัน
3.ตัว เส้นอิสระ เป็นลักษณะตัวอักษรที่มีลักษณะเส้นไม่แน่นอน อาจเป็นเส้นหยัก เส้นโค้งงอ หรือเส้นซิกแซก หรืออาจจะเป็นลักษณะของลวดลายประกอบก็ได้

หลักการใช้เส้นในการออกแบบกราฟฟิค

หลักการใช้เส้นใน การออกแบบกราฟฟิค
เส้นมีส่วนสำคัญในงานออกแบบกราฟฟิคอย่างมากแต่เรามักมองข้ามความหมายของเส้น ที่สามารถบอกอารมณ์ความรู้สึกของงานออกแบบกราฟฟิค เส้น (Line)คือ ร่องรอยที่เกิดจากจุดวางเรียงต่อ ๆ กันไปก็จะเกิดเป็นเส้นขึ้น เส้นมีมิติเดียว คือ ความยาว ไม่มีความกว้าง ทำหน้าที่เป็นขอบเขตของที่ว่าง รูปร่าง รูปทรง น้ำหนัก สี ตลอดจนกลุ่มรูปทรงต่าง ๆ รวมทั้งเป็นแกนหรือ โครงสร้างของรูปร่างรูปทรง
เส้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานศิลปะทุกชนิด เส้นสามารถให้ความหมาย แสดงความรู้สึก และอารมณ์ได้ด้วยตัวเอง และด้วยการสร้างเป็นรูปทรงต่าง ๆ ขึ้น เส้นมี 2 ลักษณะคือ เส้นตรง (Straight Line) และ เส้นโค้ง (Curve Line) เส้นทั้งสองชนิดนี้เมื่อนำมาจัดวางในลักษณะต่าง ๆ กัน จะมีชื่อเรียกต่าง ๆ และให้ความหมาย ความรู้สึกที่แตกต่างกันอีกด้วย
ลักษณะของเส้นที่สื่อความหมายในงานออก แบบกราฟฟิค
1. เส้นตั้ง หรือ เส้นดิ่ง ให้ความรู้สึกทางความสูง สง่า มั่นคง แข็งแรง หนักแน่นเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อตรง
2. เส้นนอน ให้ความรู้สึกทางความกว้าง สงบ ราบเรียบ นิ่ง ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง หรือ เส้นทะแยงมุม ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหว รวดเร็ว ไม่มั่นคง
4. เส้นหยัก หรือ เส้นซิกแซก แบบฟันปลา ให้ความรู้สึก คลื่อนไหว อย่างเป็นจังหวะ มีระเบียบ ไม่ราบเรียบ น่ากลัว อันตราย ขัดแย้ง ความรุนแรง
5. เส้นโค้ง แบบคลื่น ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ลื่นไหล ต่อเนื่อง สุภาพอ่อนโยน นุ่มนวล
6. เส้นโค้งแบบก้นหอย ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว คลี่คลาย หรือเติบโตในทิศทางที่หมุนวนออกมา ถ้ามองเข้าไปจะเห็นพลังความเคลื่อนไหวที่ไม่สิ้นสุด
7. เส้นโค้งวงแคบ ให้ความรู้สึกถึงพลังความเคลื่อนไหวที่รุนแรง การเปลี่ยนทิศทางที่รวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง
8. เส้นประ ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่อเนื่อง ขาด หาย ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเครียด

ลักษณะเส้นที่ใช้ในงานออกแบบ

ความสำคัญของเส้นในการออกแบบกราฟฟิค
1. ใช้ในการแบ่งที่ว่างออกเป็นส่วน ๆ
2. กำหนดขอบเขตของที่ว่าง หมายถึง ทำให้เกิดเป็นรูปร่าง (Shape) ขึ้นมา
3. กำหนดเส้นรอบนอกของรูปทรง ทำให้มองเห็นรูปทรง (Form) ชัดขึ้น
4. ทำหน้าที่เป็นน้ำหนักอ่อนแก่ ของแสดงและเงา หมายถึง การแรเงาด้วยเส้น
5. ให้ความรู้สึกด้วยการเป็นแกนหรือโครงสร้างของรูป และโครงสร้างของภาพ

หลักการใช้สีในการออกแบบกราฟฟิค 3

กลุ่มของสีที่ให้ความรู้สึกต่างกัน นักออกแบบกราฟฟิคควรศึกษาและทดลองการใช้กลุ่มของสี จำนวน 3-4 สี ในการสร้างความรู้สึกแก่กลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการออกแบบกราฟฟิค โดยสามารถสรุปลักษณะของกลุ่มสีได้ ดังนี้
1. กลุ่มสีที่ก่อให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ (exitement color) เหมาะสำหรับใช้กับการออกแบบประเภทป้ายเตือนให้ระวังอันตราย ได้แก่ สีแดง สีดำสีเหลือง และสีแสด
2. กลุ่มสีซึ่งแสดงความเป็นผู้หญิง (feminine color) เหมาะสำหรับใช้กับการออกแบบที่เน้นความเป็นผู้หญิง หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีเหลืองอ่อน และสีเขียวอ่อน
3. กลุ่มสีซึ่งแสดงความเป็นผู้ชาย(masculine color) เหมาะสำหรับใช้กับการออกแบบที่เน้นความเป็นผู้ชาย หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีเทา และสีแดง
4. กลุ่มสีที่เน้นความสด (fresh color) เหมาะสำหรับใช้กับการออกแบบที่เน้นความสดของ สินค้า เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น ได้แก่ สีเหลืองสีเขียวเหลือง และสีน้ำเงิน
5. กลุ่มสีที่แสดงออกถึงสุขภาพ (healthy color) เหมาะสำหรับใช้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นด้านสุขภาพ เช่น อาหารเสริม ยา ได้แก่ สีเหลืองสีน้ำตาล และสีเขียว
6. กลุ่มสีที่แสดงออกถึงความสั่นสะเทือน (vibrant color) เหมาะสำหรับใช้กับการออกแบบซึ่งต้องการแสดงความเคลื่อนไหว สั่นสะเทือน ได้แก่ สีน้ำเงิน สีแดง สีเหลือง และสีเขียว
7. กลุ่มสีที่แสดงออกถึงความน่าเชื่อถือ (sophisticated color) เป็นสีที่เหมาะสำหรับใช้กับการออกแบบซึ่งต้องการจูงใจให้ผู้ดูเชื่อถือใน สินค้า หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้แก่ สีดำ สีเหลือง สีน้ำตาล และสีทอง

ดัง นั้นการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ที่ดีมีความสอดคล้องเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การ ผลิตสื่อพิมพ์จะทำให้ผลงานสื่อสิ่งพิมพ์บรรลุวัตถุประสงค์เสริมคุณค่าให้กับ สื่อสิ่งพิมพ์นั้นๆ เป็นอย่างดีงานการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละชิ้นไม่มีสูตรสำเร็จ แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเฉพาะตัวของนักออกแบบ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการและวัตถุประสงค์ให้ได้มากที่สุด โดยอาจอาศัยหลักการออกแบบที่ต่างๆเช่น องค์ประกอบมูลฐานทางศิลปะ และทฤษฎีสีมาประกอบขึ้นเป็นความสวยงามที่สามารถสื่อสารความหมายที่ต้องการ ได้อย่างสมบูรณ์
ข้อมูลโดย สพท.

หลักการใช้สีในการออกแบบกราฟฟิค 2

หลังจากที่เราได้เรียนรู้ความหมายของสีที่สื่อความรู้สึกต่างๆไปบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาดูต่อให้หมดว่าสีต่างๆควรนำไปใช้กับงานออกแบบกราฟฟิคประเภทใด ได้บ้าง
6. สีเหลือง (yellow) คือ สีแห่งความสุขสดชื่น ร่าเริงมีชีวิตชีวา เป็นสีที่อยู่ในโทนที่เข้ากันได้กับทุกสี มีการนำมราใช้ในความหมายของสัญลักษณ์แห่งความหวัง หรือความระมัดระวัง เป็นต้น
7. สีเขียว (green) คือ สีของต้นไม้ใบหญ้าให้ความรู้สึกสดชื่น งอกงามเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ เรียบง่าย และความอุดมสมบูรณ์
8. สีฟ้า (blue) คือ สีแห่งท้องฟ้าและน้ำทะเล เป็นสัญลักษณ์ของความสงบ เยือกเย็น มั่งคั่งแต่เต็มไปด้วยพลัง หากเป็นสีฟ้าอ่อนจะให้ความรู้สึกสดชื่น สวยงาม กระฉับกระเฉง เป็นหนุ่มสาว
9. สีม่วง (purple) คือ สีแห่งความลึกลับมีเลศนัย ซ่อนเร้น เป็นสีที่มีอิทธิพลต่อจินตนาการและความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก เช่น เทพนิยายต่างๆ มีการนำมาใช้ในความหมายของความสูงศักด์ิ
10. สีน้ำตาล (brown) เป็นสีแทนสัญลักษณ์ของความร่วงโรย เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มีใบร่วงหล่นเมื่อถึงอายุขัย เป็นสีที่ให้ความหมายดูเหมือนธรรมชาติเช่น สีน้ำตาลอ่อนและแก่ของลายไม้เป็นต้น นอกจากนั้นยังใช้ในความหมายของความถ่อมตน เก่าแก่
11. สีแจ๊ด (vivid colors) คือ สีที่สะดุดตาเร็วมองเห็นได้ไกล โทนของสีตัดกันแบบตรงข้าม เช่นแดงกับดำ เหลืองกับน้ำเงิน เขียวกับแดง ดำกับเหลืองเป็นต้น สิ่งเหล่านี้นิยมใช้กันมากในการออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น ของเด็กเล่น ภัตตาคาร ร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟู๊ด คาเฟ่ ข้อเสียของสีเหล่านี้ คือหากใช้จำนวนสีมาก จะมองดูลายตา พร่า วิธีที่ดีควรใช้หนึ่งหรือสองสีเป็นตัวเน้นเท่านั้น
12. สีทึม (dull colors) คือ สีอ่อนที่ค่อนข้างเข้ม หรือสีเข้มที่เจือจางลง ให้ความรู้สึกที่สลัวลาง มัวบางครั้งดูเหมือนฝัน และดูคลายเครียด
13. สีจาง หรือสีอ่อน (light colors) ให้ความหมายที่อ่อนโยน เบาหวิวเหมือนคลื่นเมฆหรือปุยฝ้าย ช่วยทำให้พื้นที่ที่แคบให้ดูกว้างขึ้น โทนสีเหล่านี้จะใช้กันมากกับเสื้อผ้าสตรี ชุดชั้นใน แฟชั่นชุดของห้องนอน ในงานศิลปะมีการใช้สีอ่อนเป็นพื้นฉากหลัง เพื่อขับให้รูปทรงลอยเด่นขึ้น
14. สีมืดทึบ (dark colors) ให้ความรู้สึกหนัก แข็งแกร่ง เข้ม มีพลัง สังเกตได้จากเครื่องแต่งกายของทหาร สีสูทของผู้ชาย เครื่องแบบของช่าง เป็นต้น

ตัวอย่างแม่สีในทางศิลปะ

นอกจากนี้สีต่างๆที่ได้เรียนรู้ไป ในการออกแบบกราฟฟิคยังสามารถแบ่งสีออกเป็นลักษณะกลุ่มสีเพื่อให้สอดคล้องกับงานออกแบบกราฟฟิค
บทความต่อไปเราจะมาดูต่อในเรื่องกลุ่มของสีในการออกแบบกราฟฟิค

หลักการใช้สีในการออกแบบกราฟฟิค 1

การออกแบบกราฟฟิคเดียวนี้ นักออกแบบกราฟฟิคมักจะลืมส่วนสำคัญในการออกแบบกราฟฟิคไปพอสมควร หลังจากได้คุยกับนักออกแบบกราฟฟิคหลายๆคนนักออกแบบกราฟฟิคส่วนใหญ่มักจะให้ ความสำคัญกัเทคโนโลยีใหม่ๆจากการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการออกแบบไม่ว่าจะ เป็นเอฟเฟค (Effect) ลูกเล่นต่างๆที่โปรแกรมมีให้ จนลืมนึกถึงองค์ประกอบศิลป์ ที่จะทำให้งานกราฟฟิคดูสมบูรณ์ขึ้น นักออกแบบกราฟฟิคบ้างคนก็คิดว่าแค่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการออกแบบกราฟฟิค เช่นโฟโต้ช็อปได้ก็เป็นกราฟฟิคดีไชน์ได้แล้วจากนี้ไปผมจะเริ่มกลับไปศึกษา ถึงหลังการออกแบบกราฟฟิคโดยใช้หลักองค์ประกอบศิลป์เป็นพื้นฐานก่อนการใช้ คอมพิวเตอร์ในการออกแบบโดยการศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เริ่มจากหลักการใช้สีในการออกแบบกราฟฟิคเพื่อจะช่วยให้เราออกแบบกราฟฟิคได้ ง่ายขึ้น
การใช้สีในงานออกแบบกราฟฟิค
เพื่อ ให้เกิดผลในการจูงใจและเร้าความสนใจแก่ผู้ดูนั้น นักออกแบบสามารถพิจารณาจากจุดมุ่งหมายของงานออกแบบ (design) ว่า ต้องการสร้างความรู้สึกอย่างไรต่อผู้ดู
และการเลือกใช้สีให้เหมาะสมความหมายและความรู้สึกต่อสี ความหมายและความรู้สึกต่อสีแต่ละสีนั้น มีความแตกต่างกันไปในแต่ละสี ดังนี้
1. สีร้อน หรือสีอบอุ่น (warm color) ได้แก่ สีเหลือง สีชมพู แดง ส้ม ม่วงน้ำตาล ให้ความหมายและความรู้สึกก้าวร้าว รื่นเริง สดชื่น ฉูดฉาด จึงมีอิทธิพลต่อการดึงดูดและ สร้างความน่าสนใจให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ได้ดีกว่าสีโทนอื่น มีการนำสีร้อนมาใช้ในการออกแบบงานชื่อหนังสือ นิตยสาร แคตตาล๊อกโปสเตอร์ เป็นต้น
2. สีเย็น (cool color) เริ่มจากสีเทา ฟ้าน้ำเงิน เขียว ให้ความหมายและความรู้สึกสงบ เย็นสะอาด
3. สีขาว (white) สีแห่งความขาว สะอาดให้ความหมายและความรู้สึกบริสุทธ์ิ ไร้เดียงสา
4. สีดำ (black) สัญลักษณ์แห่งความโศกเศร้า หดหู่ และความตาย บางกรณีใช้แทนความชั่วร้าย ในความหมายของชาวยุโรป อเมริกาแทนความเป็นผู้ดี ขรึม มั่นคง นอกจากนั้น ยังใช้ในความหมายของความอมตะ และเป็นนิรันดร์ อีกด้วย
5. สีแดง (red) คือ สีแห่งความกระตือรือร้น เร่าร้อน สะเทือนอารมณ์ มีพลัง ให้ความสว่างโชติช่วงเป็นสีแห่งความรัก ดึงดูดความสนใจ หากเป็นสีชมพูซึ่งความเข้มของสีแดงจะลดลง จะให้ความรู้สึกที่อ่อนหวาน สีแดงอาจใช้สื่อความหมายในสัญลักษณ์แสดงถึงความมีอันตราย ความร้อน

ตัวอย่างงานกราฟฟิคเดียวกันแต่ใช้สีต่างกันก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน

ยังไม่หมดนะครับวันนี้เอาไปแค่นี้ก่อนเพราะเดี๋ยวจะตาลาย ที่เหลือผมจะมาต่ออีกที

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.