วัฏจักรการออกแบบโฆษณา

หลังจากไม่ได้เคลื่อนไหวมานานวันนี้เอาบทความดีๆมาให้อ่านกันเหมือนที่เคยได้ทำไว้ก่อนหน้านี้

วงเวียนการทำงานโฆษณาและการออกแบบ

1.การออกแบบขั้นแรก ขั้นริเริ่ม หรือขั้นบุกเบิก (Pioneering Stage) ได้แก่ ขึ้นตอนแรกของการออกแบบโฆษณาสำหรับสินค้าใหม่ที่ออกสู่ตลาดครั้งแรก ซึ่งจะต้องทุ่มงบประมาณโฆษณาค่อนข้างสูง
ระดมสื่อหลาย ประเภทให้ประชาชนได้พบเห็นอย่างทั่วถึง หรือเน้นเฉพาะสื่อประเภทใดประเภทหนึ่งและย้ำความถี่บ่อย ๆ โดยเน้นความแปลก-ใหม่ ที่น่าสนใจ ให้เกิดการยอมรับ
เกิดความต้องการซื้ออย่างมั่นใจว่าดีกว่า หรือไม่ด้วยกว่าสินค้ายี่ห้ออื่น ๆ ที่มีอยู่เดิม เพื่อจะได้อุดหนุนกันเป็นประจำต่อไป

2.การออกแบบขั้นที่สอง ขั้นแข่งขัน (Competitive Stage) เมื่อสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดและเป็นที่สนใจของประชาชน สินค้าประเภทเดียวกันแต่ต่างยี่ห้อกันอาจจะสูญเสียลูกค้าไปบางส่วน
ถ้ายังไม่คิดดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ก็อาจจะสูญเสียลูกค้าไปเรื่อย ๆ ระยะนี้จึงถึงเวลาที่จะต้องต่อสู้กับคู่แข่งขัน โดยสินค้าเก่าที่เคยครองตลาดอยู่ก่อน ต่างตื่นตัวขึ้นมาปรับปรุงพัฒนาสินค้า ของตนให้น่าสนใจ
อาจจะปรับปรุงคุณภาพใหม่ เติมสูตรเดิมสารพิเศษใหม่ ๆ หรือเปลี่ยนแปลงหีบห่อใหม่ที่น่าสนใจ ฯลฯ หรือออกสินค้ารุ่นใหม่มาต่อสู้กับคู่แข่งในขั้นนี้ จะต้องทุ่มทุนโฆษณาค่อน ข้างหนัก
โดยพยายามเน้นส่วนดีที่เหนือกว่าสินค้าของคู่แข่งขัน เพื่อให้ลูกค้าสนใจ

3.การออกแบบขั้นที่สามขั้นรักษาตลาด (Retentive Stage) เนื่องจากขั้นแข่งขันจำเป็นต้องทุ่มโฆษณาค่อนข้างหนัก ด้วยการระดมสื่อโฆษณาประเภทต่าง ๆ ทั้งต้องย้ำความถี่บ่อย ๆ
เมื่อเห็นว่าสินค้าที่โฆษณา ได้รับความนิยมดีแล้วจำเป็นต้องลดบทบาทการโฆษณา ลงบ้าง เพื่อการประหยัด แต่การโฆษณาจะหยุดโดยสิ้นเชิงไม่ได้ เพราะอาจจะต้องสูญเสียตลาดไปอย่างถาวร
จำเป็นต้องทำการโฆษณาเพื่อรักษาความนิยมให้คงอยู่เสมอ เรียกการโฆษณาขั้นนี้ว่า “ขั้นรักษาตลาด”

จะเห็นได้ว่าการออกแบบก็จะวนๆอยู่กับเรื่องเก่าแต่เอามาเล่าไหมได้ไม่รู้จบเหมือนกับแฟชั่นที่ดูซ้ำๆจนเนียนตา

รับออกแบบ

การออกแบบซ้ำไปซ้ำมา

ขั้นตอนการออกแบบพัฒนาสินค้า ออกแบบ สื่งพิมพ์ ใบปลิว

การโฆษณาสินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์ มีสื่อมากมายในการทำประชาสัมพันธ์ ทั้งสื่อด้วยภาพเสียงและเนื้อหาต่างๆ การออกแบบ สิ่งพิมพ์ ใบปลิว การออกแบบ แผ่น พับ
การออกแบบ design โปสเตอร์ที่เราเคยทำมาก่อนหน้านี้ ใบปลิวก็จะช่วยขยายความโปสเตอร์ที่เราออกแบบได้เป็นอย่างดี การออกแบบให้สอดคล้องกับ สื่งพิมพ์
โปสเตอร์ จะยิ่งทำให้ สินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์ ของเรา สื่อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โปรแกรมออกแบบที่นิยมใช้ก็มีให้เลือกใช้มากมาย แต่หลักๆที่นิยมกันก็จะอยู่ในตระกูล adobe
การออกแบบ ใบปลิว จะแตกต่างจาก แผ่นพับ เพราะใบปลิวจะไม่ พับ กระดาษ อาจจะเป็นหนึ่งหน้าหรื่อสองหน้าก็ได้ ตามแต่จะ design ข้อมูลในใบปลิวมักจะใส่รายละเอียด
ได้มากกว่าโปสเตอร์ อาจจะเพราะว่าเรามีเวลาได้อ่านมากกว่าโปสเตอร์ที่เราเห็นติดอยู่ทั่วไป ตามทางเดินแต่เราไม่สะดวกที่จะหยิบไปอ่านมากนัก แต่ การออกแบบใบปลิว
หรือ ทำสิ่งพิมพ์ประเภทใบปลิว ถ้าเราได้รับเราอาจจะเก็บไว้อ่านที่บ้านได้ ถ้าเราทำการ ออกแบบ ก็ควรจะทำให้ใบปลิวมีความน่าสนใจ แต่ก็ควรจะรองรับกับสื่อโฆษณาประเภทอื่นๆ
การออกแบบใบปลิว

ส่วนประกอบในการออกแบบใบปลิวที่เราต้องใส่ไว้ในใบปลิว
1.ภาพประกอบไม่ว่าจะเป็นภาพเหมือนจริง ภาพ กราฟฟิค การ์ตูน หรือ ภาพนามธรรม
2.ข้อ ความตัวอักษรควรเน้นขนาดตัวอักษรให้มี 3 ขนาด ได้แก่ข้อความใหญ่ไว้พาดหัวใบปลิวให้น่าสนใจ ข้อความขนาดกลางเพื่อบอกรายละเอียดที่น่าสนใจให้ชัดเจนขึ้น
และข้อความ ขนาดเล็ก สำหรับรายละเอียดข้อมูลที่จะบอก ถ้าขนาดข้อความมีระดับความน่าสนใจที่แตกต่างกันก็จะทำให้งานออกแบบมีจุดเด่น มากขึ้น
3.โลโก้ สินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์ ควรอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจนชึ่งเป็นรายละเอียดการ ออกแบบ ที่มักจะมองข้ามกัน
4.ราย ละเอียดที่สำคัญของ สินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์ เช่นสถานที่ติดต่อ ที่อยู่ พยายามลงให้ครบจะเกิดประโยชน์กับใบปลิวของเรา อาจทำให้ใบปลิว ดู รก ๆไปบ้างแต่ก็น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าดูโล่งๆ
ทั้งหมดนี้อาจจะเป็นเพียงแนวคิดง่ายๆที่จะทำให้งานออกแบบเราทำได้ง่ายขึ้น

หลักการสร้างความน่าสนใจในงานออกแบบ

การออกแบบโฆษณาสิ่งพิมพ์ในหน้ากระดาษเราต้องวางแผนงานล่วงหน้าต้องมีการออกแบบ แบบร่างหลายๆรูปแบบเพื่อจะได้แนวทางการจัดหน้ากระดาษที่ดีที่สุด เพื่อให้งานที่จะทำขึ้นมามีความน่าสนใจ เกิดความพึงพอใจแก่ผู้ดู วิธีการสร้างความน่าสนใจทำได้หลายวิธี ได้แก่
1.สร้างความสนใจด้วยขนาด การทำขนาดในชิ้นงานที่ออกแบบให้แปลกไปจากปกติจะทำให้ผู้ดูเกิดความรู้สึกใหม่ เช่น ใหญ่พิเศษ เล็กเป็นพิเศษ ยาวกว่าปกติ หรือสั้นกว่าปกติ เป็นต้น
2.สร้างความน่าสนใจด้วยวิธีออกแบบ รูปแบบที่สวยงามแปลกตา ด้วยการใช้เทคนิคใหม่ๆ ในการออกแบบ หรือใช้วิธีที่ดูเด่น เช่น การใช้สื่อต่างๆ มาประกอบตัวงาน ตัวงานอาจจะมีพื้นผิวสัมผัส เพื่อให้งานดูน่าสนใจขึ้น หรือการใช้วิธีการจัดองค์ประกอบศิลปให้น่าสนใจ
3.การปล่อยเนื้อที่ว่าง เป็นอีกวิธีหนึ่งในหลังองค์ประกอบศิลป์การเว้นพื้นที่ว่างจะต้องสอดคล้องกับการจัดว่างเนื้อหาและภาพประกอบ
4.การสร้างความสนใจโดยใช้ภาพประกอบ เช่นการใช้เทคนิคการสร้างภาพ 3มิติ แล้วนำมาประกอบในงานออกแบบ ก็ทำให้น่าสนใจด้วยเหมือนกัน
5.สร้างความสนใจโดยการเน้นส่วนหนึ่งให้พิเศษกว่าส่วนอื่นให้ดูแตกต่างออกไปเพื่อเน้นความสนใจผู้ดูให้ความสนใจส่วนนั้นเป็นพิเศษ
6.สร้างความสนใจโดยใช้สี สีที่สดใสย่อมดึงดูความสนใจได้ดีกว่าสีนุ่มนวล สีเข้มย่อมดูชัดกว่าสีอ่อน เช่นเราอาจจะใช้สีอ่อนทั้งงานประมาณ 80% แล้วใช้สีเข้ม 20% ก็สามารถทำให้งานดูมีจุดเด่นน่าสนใจ
7.สร้างความน่าสนใจโดยการคิดเทคนิคใหม่ในการออกแบบงานเสมอจะทำให้งานน่าสนใจไม่เหมือนใคร

วิเคราะห์งานออกแบบและจิตวิทยาในการออกแบบ

การวิเคราะห์งานออกแบบเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งหลังจากการออกแบบ เราต้องมีการตรวจสอบการทำงานสร้างสรรค์ของเราทุกขั้นตอน
เพื่อ ให้การออกแบบของเราสามารถสื่อสารได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นการออกแบบจึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ให้มีความพึ่งพอใจ เข้าใจสื่อสารชัดเจนตรงกัน และออกแบบจัดวางอย่างเหมาะสม
การใช้จิตวิทยา มาเน้นเรื่องการออกแบบให้โน้มน้าวใจจึงมีส่วนสำคัญ งานออกแบบที่สวยงามอาจจะไม่ใช่งานออกแบบที่สื่อสารได้ดีทีสุดก็ได้ เพราะความสวยงามในการออกแบบคนเราบางคนอาจจะมีความชอบต่างกัน ก็ทำให้ผลของการออกแบบไม่เป็นไปดังจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนั้นการวิเคราะการออกแบบจะช่วยให้งานออกแบบมีคุณภาพมากขึ้น เราอาจจะต้องเอาหลักจิตวิทยามาช่วยในการออกแบบ
เพราะนักจิตวิทยามีความ เชื่อว่า แรงจูงใจ (Motivation) ช่วยกระตุ้นความคิดให้เกิดพฤติกรรมในการสื่อสาร เมื่อเกิดการคล้อยตามก็จะแสดงออกทางพฤติกรรม การแสดงออกที่เห็นได้ชัดคือ การให้ความสนใจมากขึ้นหรือการทำเลียนแบบข้อมูลนั้นๆ
การออกแบบควรใช้แนว ทางเชิงจิตวิทยาด้วย โดยเฉพาะการออกแบบโฆษณาที่ใช้สายตามองหรือรับรู้ด้วยตา งานออกแบบที่ให้ความสำคัญต่อจิตวิทยากับการมองเห็นรับรู้จึงนำไปสู่ความ สำเร็จในการออกแบบโฆษณา

ออกแบบ

ตัวอย่างงานที่ใช้หลักจิตวิทยาทำให้ภาพดูจูงใจ กระตุ้นความคิดให้เกิดกระบวนการสื่อสาร
ตัวอย่างงานจากอินเตอร์เน็ต*

Categories: บทความกราฟฟิค ป้ายกำกับ:

รับออกแบบ จ้างออกแบบ หาคนออกแบบ บริการออกแบบ

รับออกแบบกราฟฟิคทุกชนิด หลังจากได้ทำการเขียนบทความเกี่ยวกับการออกแบบกราฟฟิคไปแล้วหลายเรื่องมาก มายจนจำไม่ได้แล้วว่าเขียนอะไรไปบ้าง หวังว่าทุกคนคงทำความเข้าใจและนำไปใช้ได้ เพื่อการออกแบบกราฟฟิคในงานของทุกๆคน
วันนี้ก็เลยไม่มีอะไรจะเขียนมาก เพราะไม่ค่อยได้เขียนเลย ก็เลยมาขายของสักหน่อย ถ้าทุกคนอ่านแล้วยังงงหรือทำไม่ได้กับกระบวนการออกแบบต่างๆ ที่ผมเคยเขียนไว้
วันนี้ ผมเลยมีรับบริการงานออกแบบกราฟฟิค ไม่ว่าจะเป็นออกแบบโลโก้ ออกแบบใบปลิว
โบ ว์ชัว แผ่นพับ แค็ตตาล็อค การ์ด วารสาร นิตยสาร สติ๊กเกอร์ เว็บไซต์ เป็นต้น ในราคาที่ทุกคนเลือกได้ หรือจะเข้ามาขอคำแนะนำก็ได้ครับในบล็อกนี้
โอกาสต่อไปจะมาเขียนวิธีการใช้งานโปรแกรมสำหรับการออกแบบกราฟฟิคที่จะทำให้ทุกคนสนุกกับการออกแบบแน่นอน

ตัวอย่างงานออกแบบกราฟฟิคแบบต่างๆ

ออกแบบโลโก้อย่างไรให้สวยงามและมีคุณภาพ

พูดถึงไปหลายทีแล้วสำหรับการออกแบบโลโก้ แต่วันนี้ไปได้ข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจอาจจะทำให้เราออกแบบโลโก้ได้สวยงามและมี คุณภาพมากขึ้นก็ได้
โลโก้ ก็คือชื่อ สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้าของบริษัทหรือองค์กร จาก ที่ได้ศึกษามาจากแหล่งข้อมูลต่างๆทั้งในอินเตอร์เน็ตและหนังสือเรียนวิชาการ ออกแบบกราฟฟิคจากสำนักต่างๆ พอจะเข้าใจและสรุปว่า โลโก้สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้า อาจมีลักษณะเป็นตัวอักษรที่มีรูปแบบเฉพาะตัว หรือเป็นภาพที่สื่อถึงสัญลักษณ์หรือประกอบด้วยทุกองค์ประกอบมารวมกัน แต่ไม่ว่าจะมีรูปแบบเป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ของโลโก้ก็คือ การบ่งบอกถึงภาพลักษณ์ของบริษัทหรือองค์กรนั้น ๆ การออกแบบโลโก้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์

การออกแบบโลโก้ควรต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้เพื่อที่จะทำให้เราสร้างแบรนด์ หรือโลโก้ให้สวยงามและมีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน

1. เน้นความเรียบง่าย ให้คิดอยู่เสมอว่า โลโก้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสื่อความหมายของธุรกิจของท่าน เพราะโลโก้ไม่สามารถอธิบาย แผนงาน หรือ ธุรกิจของท่านทั้งหมดได้ในขั้นตอนเดียว

2. ดึงดูดใจ สื่อความหมายที่ต้องการออกมา ได้ในตัวเอง และดูไม่ยากเกินไปด้วย

3. มีความยั่งยืนของโลโก้ ใช้ได้ในระยะยาว

4. ใช้ภาพแบบลายเส้นที่ชัดเจน ไม่ใช้สีมาก

5. มีความยืดหยุ่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

6. จดจำได้ง่าย

7. สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ โลโก้จะต้องออกมาทำให้ลูกค้าสามารถจินตนาการถึง ผลิตภัณฑ์หรือบริการของท่านได้

8. เลือกสีอย่างสร้างสรรค์ เลือกสี โลโก้ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของท่าน อาจใช้สีโลโก้ต่าง ๆ กันไปได้บนวัสดุต่าง ๆ กัน เช่นนามบัตร หรือกระดาษซองจดหมาย

9. มีเอกลักษณ์เฉพาะตน เพื่อให้ทราบถึงลักษณะของธุรกิจ เพื่อให้โลโก้ของท่านไม่ไปคล้ายคลึงกับของผู้อื่น

10. ใช้ได้ในทุกลักษณะ โลโก้ที่ดีควรใช้ได้ในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นบนป้าย หัวกระดาษเขียนจดหมาย นามบัตร ตัวสินค้าหรือเว็บไซต์ บางครั้ง โลโก้สามารถใช้ได้ดีบนเว็บไซต์หรือบิลบอร์ด แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้บนปากกาหรือถ้วยกาแฟ เพราะฉะนั้นควรคำนึงถึงจุดนี้ด้วย เนื่องจากในการสร้างความจดจำในแบรนด์นั้น ท่านจะต้องเผยแพร่ โลโก้และภาพลักษณ์ของท่านให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้

ขั้นตอนการออกแบบพัฒนาสินค้า 5/4 ออกแบบโฆษณาประชาสัมพันธ์

การออกแบบโปสเตอร์ในขั้นตอนนี้จะเป็นโปสเตอร์ต่อเนื่องมาจากสเต็ปที่1และ สเต็ปที่2 การออกแบบในขั้นตอนนี้เราจะเน้นที่การสร้างภาพลักษณที่ดีให้กับสินค้าของเรา สร้างภาพให้เราดูช่วยเหลือสังคมเพื่อความน่าเชื่อถือในตัวสินค้า
การออก แบบโปสเตอร์ชิ้นนี้สมมุติว่าสินค้าเราอยู่ในตลาดมานานแล้ว เราอยากจะสร้างความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นไป เราก็จะสร้างโครงการปลูกต้นไม้ขึ้นมาโดยมีสินค้าเราเป็นผู้สนับสนุน เราต้องคิดออกแบบข้อความรูปภาพและแนวทางในการนำเสนอเพื่อให้เป็นไปตามสเต็ป ที่เราวางไว้

 

การออกแบบ โปสเตอร์ในตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าเราไม่ได้เน้นการขายสินค้าเท่าไร แต่เราจะออกแบบให้สินค้าเราดูดีให้ประโยชน์แก่สังคม เหมือนเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้า เพื่อสร้างแบร์นสินค้า
โปสเตอร์ที่ได้ ออกแบบแล้วทั้ง 3 สเต็บ เราสามารถเอาไปต่อยอดเพื่อทำสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ เช่น โฆษณาในนิตยสาร หนังสื่อพิมพ์ ใบปลิว แผ่นพับ ป้ายบิลบอร์ดบนทางด่วน เป็นต้น แล้วแต่ราจะเอาไปประยุกต์ ใช้ให้เหมาะสม

 

ขั้นตอนการออกแบบพัฒนาสินค้า 5/3 ออกแบบโฆษณาประชาสัมพันธ์

ขั้นตอนการออกแบบพัฒนาสินค้า 5/3 ออกแบบโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นการออกแบบโปสเตอร์สินค้าในขั้นตอนที่สองหลังจากเราออกแบบโฆษณาโปสเตอร์เปิดตัวสินค้าไปแล้วในครั้งแรก
ขั้น ตอนนี้เราจะประชาสัมพันธ์โดยการเน้นย้ำเพิ่มรายละเอียดสินค้าหรือบริการให้ สินค้ามากขึ้นจะได้เข้าใจสินค้าเราหลังจากที่เราทำโปสเตอร์ให้น่าสงสัยชวน ติดตามมาในโปสเตอร์ชิ้นแรก
เราจะมาเฉลยในโปสเตอร์ชิ้นที่สองโดยตอบคำถาม จากโปสเตอร์ชิ้นแรกที่เราทิ้งคำถามไว้ว่าปลาทูเป็นสาวแล้ว ผู้คนยังงงอยู่ว่าเราจะขายสินค้าอะไรเราก็เปิดตัวโปสเตอร์ชิ้นที่2ต่อเลย
กำหนด แนวความคิดขึ้นมาจริงๆแล้วเราควรกำหนดมาตั้งแต่แรกแล้ว (ตั้งแต่ทำโปสเตอร์ชิ้นที่1) โดยออกแบบภาพประกอบและคิดข้อความโฆษณาตามหัวข้อการเลือกภาพประกอบ และการกำหนดตัวอักษรสำหรับใช้ในการออกแบบโปสเตอร์

 

ตัวอย่างโปสเตอร์เปิดตัวสินค้าในขั้นตอนที่สอง เราพยายามนำเสนอข้อมูลและรูปของผลิตภัณฑ์ชัดเจนขึ้นกว่าโปสเตอร์ในขั้นตอนแรก

ออกแบบ การกำหนดขนาดตัวอักษรสำหรับใช้ออกแบบโปสเตอร์

การเลือกตัวอักษรในการออกแบบโปสเตอร์ Poster
ตัวอักษรในงานออกแบบ โปสเตอร์มักจะมีอยู่ 3 ขนาดในหนึ่งชิ้นงาน ตามที่เรารู้กันอยู่ก่อนแล้ว เราจะมาดูถึงขั้นตอนการกำหนดตัวอักษร ตัวอักษรข้อความหรือตัวอักษรหัวเรื่องที่กำหนดลงในงานออกแบบกราฟฟิค จะทำหน้าที่บรรยายข้อมูลสาระให้รับรู้การกำหนดตัวอักษรจึงต้องเน้นหนักที่ ขนาดของตัวอักษร รูปแบบ และการกำหนดสีบนตัวอักษรทั้งหมด
ขนาดของตัวอักษร ที่ปรากฏในงานออกแบบโปสเตอร์โดยทั่วไปจะมี 3 ขนาด คือขนาดใหญ่สำหรับพาดหัว Heading ขนาดกลางสำหรับพาดหัวรอง Sub Heading และขนาดเล็กสำหรับรายละเอียดข้อมูล การกำหนดขนาดให้ส่วนใดมีขนาดเท่าใดไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับงานออกแบบแต่ละชนิด แต่หลักง่ายๆก็คือ ไม่ว่าขนาดเท่าใดต้องสามารถอ่านได้ชัดเจนซึ่งต้องพิจารณาจากสายตาที่มองเห็น ระหว่างขนาดตัวอักษร และระยะห่างระหว่างบรรทัด

ตัวอย่างโปสเตอร์โฆษณา แสดงขนาดตัวอักษร

ออกแบบ Design การกำหนดรูปภาพประกอบสำหรับใช้ออกแบบโปสเตอร์ Poster

การกำหนดรูปภาพประกอบสำหรับใช้ออกแบบโปสเตอร์
การ ออกแบบโปสเตอร์หรืองานกราฟฟิคชนิดต่างๆ ต้องมีภาพเข้ามาประกอบการทำงานเสมอ หลังจากเราได้ทำการออกแบบโปสเตอร์ (Poster) ในขั้นตอนแรกของการออกแบบโปสเตอร์เพื่อดึงดูดความสนใจไปแล้ว เราจะลองกลับมาดูการเลือกรูปประกอบของเราว่าเพราะอะไรเราถึงเลือกใช้รูปนั้น ในการออกแบบให้สวยงามเหมาะสม
การกำหนดรูปภาพประกอบ ภาพประกอบที่ใช้สื่อในงานออกแบบได้แก่ รูปภาพจากภาพถ่าย จากการวาดเขียน ระบายสี จากลวดลายต่างๆ ที่เราใช้ประกอบการออกแบบในงานกราฟฟิค ซึ่งแบ่งได้สามลักษณะที่เราได้เรียนรู้มาก่อนหน้านี้ ส่วนแนวความคิดในการออกแบบภาพก็คือการกำหนดขนาดของภาพ กำหนดเรื่องราวของภาพ กำหนดรูปแบบของภาพ เทคนิคในการสร้างสรรค์ภาพไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายภาพเขียนจากกระดาษหรือโปรแกรม คอมพิวเตอร์กราฟฟิค
การกำหนดตำแหน่งของภาพที่เหมาะสม เด่นชัด เนื้อหาของภาพต้องสอดคล้องกับข้อความ การวางตำแหน่งภาพที่ดีจะทำให้ชวนมองสร้างจุดสนใจได้ดี นักออกแบบสามารถกำหนดจุดสนใจภาพได้หลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือไว้ตรงกลางภาพ หรือเรียกว่าจุดศูนย์กลางความสนใจการมอง Optical Center

อีก ตัวอย่างหนึ่งที่ นักจิตวิทยา Herman F. Brandt ได้ศึกษาทดลองถึงจุดสนใจของตำแหน่งที่เด่นที่สุดในภาพจากการมองในกรอบสี่ เหลี่ยมของหน้ากระดาษ ได้สรุปผลดังนี้

Categories: บทความกราฟฟิค ป้ายกำกับ:,
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.